
ตั้งใจซื้อคีย์บอร์ดใหม่มาไว้ทำงานที่บ้านในห้องที่ไม่ต้องกังวลว่าเสียงคีย์บอร์ดจะทำให้ลูกตื่น ก็เลยอยากลอง Mechanical Keyboard ในแบบที่อยากได้บ้าง (Clicky Switch) ปกติแล้วจะใช้แต่คีย์บอร์ดที่เสียงเงียบ เพราะไม่ต้องการให้รบกวนคนอื่นที่ทำงานอยู่ในห้องเดียวกัน หรือถ้าตอนอยู่บ้าน ห้องที่ทำงานก็เป็นห้องเดียวกับที่ลูกนอนกลางวัน เลยไม่มีตัวเลือกมากนัก
เหตุผลที่เลือก Keychron K1 นี้ก็เพราะ
- เป็นคีย์บอร์ดแบบ Low Profile ทำให้ไม่เมื่อยข้อมือเวลาที่ต้องพิมพ์งานนานๆ
- มีช่องว่างบริเวณ Arrow Keys ทำให้เวลาพิมพ์สัมผัสแล้วเลื่อนมือไปหาได้ง่าย
- สามารถสลับเครื่องที่จะใช้งานได้ (มากสุด 3 เครื่อง)
- มีภาษาไทยที่ปุ่ม โดยสกรีนมาจากโรงงาน ทำให้คิดว่าไม่หลุดลอกง่าย
- ราคาไม่แพงเกินไป
ปกติพอพูดถึงคีย์บอร์ดแล้วก็มักจะนึกถึง Logitech ซึ่งก็มีรุ่นที่คล้ายๆ กับ Keychron K1 คือ Logitech G916 TKL แต่ยังหาซื้อในเมืองไทยไม่ได้ง่ายๆ แถมไม่มีภาษาไทยด้วย และราคาก็คงแรงน่าดู
หลังจากได้ใช้งานมาประมาณ 3 อาทิตย์แล้ว ได้ข้อสรุปเรื่องข้อดีข้อเสียคือ
ข้อดี
- ปุ่มแบบ Clicky ให้ความรู้สึกที่ดีในการพิมพ์ กดแล้วรู้สึกสะใจ (แบบที่ไม่ต้องสนใจคนรอบข้าง)
- เลือกใช้งานได้ทั้ง MacOS และ Windows โดยมีปุ่มแยกมาให้ถอดเปลี่ยนได้
- วัสดุที่ใช้ดูแข็งแรงทนทาน น่าจะทนไม้ทนมือได้ดี
- สามารถใช้งานได้ทั้งแบบมีสายและไม่มีสาย
- สายชาร์จเป็นแบบ USB-C เวลาเสียบชาร์จไม่ต้องเล็งว่าจะใส่ถูกด้านรึเปล่า
- แบตเตอรี่อยู่ได้นานพอสมควร ไม่รู้สึกว่าต้องชาร์จบ่อย
ข้อเสีย
- ไม่มีที่ปรับระดับความลาดเอียง (ที่ปกติจะอยู่ด้านใต้คีย์บอร์ด) ทำให้คีย์บอร์ดมีระนาบที่ขนานกับพื้นโต๊ะมากเกินไป และถึงแม้ว่าจะเป็นคีย์บอร์ดแบบ Low Profile แล้วก็ตาม แต่ก็ทำให้รู้สึกว่าต้องขยับนิ้วไปไกลพอสมควรเวลาจะกดปุ่มที่อยู่แถวๆ ด้านบนคีย์บอร์ด
- ส่วนตัวแล้วไม่ชอบ RGB Lighting แบบที่ Gaming Keyboard ทั่วไปมี ซึ่ง Keychron K1 (v.4) ก็มี RGB Lighting กับเค้าด้วยเหมือนกัน ซึ่งจากการที่ Keychron ไม่มี Software สำหรับติดตั้งบนเครื่อง การจะเปลี่ยนโหมดของไฟ RGB เลยต้องทำผ่านปุ่มบนคีย์บอร์ด ซึ่งปุ่มนี้จะอยู่ที่มุมบนขวาสุด กดแล้วก็จะเปลี่ยนรูปแบบของไฟไปเรื่อยๆ ข้อเสียคือมันไม่มีโหมดแบบไม่มีไฟเลย อย่างที่รำคาญน้อยที่สุดคือแบบกดแล้วจะมีไฟขึ้นเฉพาะที่ปุ่มนั้นๆ ข้อเสียอีกอย่างคือถ้าเผลอไปกดโดนปุ่มเปลี่ยนโหมดไฟ แล้วอยากจะเปลี่ยนกลับมาที่โหมดเดิม ก็ต้องกดปุ่มไปเรื่อยๆ จนมันวนกลับมา (นับแล้วว่าต้องกด 19 ที)
- การเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ (ส่วนตัวใช้ Macbook Pro) บางครั้งจะไม่สามารถเชื่อมต่อได้เวลาที่คีย์บอร์ดตื่นจาก Sleep Mode ซึ่งจะเป็นประมาณวันละครั้ง โดยแต่ละครั้งที่เป็น ต้องไปลบ Bluetooth Keyboard ออกจาก System Preferences แล้วกด Pair ใหม่
- ไม่สามารถตั้งระยะเวลาของ Sleep Mode ได้ (ตายตัวอยู่ที่ 10 นาที)
จากข้อเสียข้อแรก คิดว่าเป็นปัญหาที่แก้ไม่ยาก แค่หาอะไรมาทำให้มันเอียงก็น่าจะพอ ความคิดแรกเลยคือลองหาขาตั้งคีย์บอร์ดจากเว็บไซต์ Online Shopping ต่างๆ แต่ก็เจอแค่ขาตั้ง Laptop ที่ถ้าเอามาใช้แล้วก็น่าจะสูงเกินไป
ต่อมาก็ลองไปเดิน Home Pro ดูว่ามีอะไรมาทำเป็นขาตั้งได้บ้าง เดินวนอยู่หลายรอบ สุดท้ายก็มาจบที่รางเก็บสายไฟ ที่ราคาไม่แพง และความสูงโอเค ได้ผลลัพธ์ออกมาตามรูป
อาจจะยังดูไม่เนียน เพราะที่บ้านไม่มีเลื่อย รอยตัดเลยไม่ค่อยเนียนเท่าไหร่ แต่เท่าที่ลองใช้มา เรื่องความสูงก็โอเค มีรำคาญบ้างที่ต้องแบกไปไหนมาไหนด้วยกัน (จะติดด้านหลังไปเลยก็ไม่อยากให้คีย์บอร์ดมันมีรอยกาว)
สรุปถ้าถามว่า Keychron K1 (v.4) รุ่นนี้น่าซื้อไหม ก็ถ้าคิดว่ายอมรับข้อเสียต่างๆ นั้นได้ ก็ถือว่าเป็นคีย์บอร์ดที่สร้างความสุขในการใช้งานได้ดี ราคาเมื่อเทียบกับ Mechanical Keyboard รุ่นอื่นๆ ก็ถือว่าไม่แพงมาก ความสามารถต่างๆ อาจจะยังไม่เยอะเท่า แต่หลักๆ แล้วก็ถือว่าเป็นคีย์บอร์ดที่ดีตัวนึง